วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ข้อคิด ข้อเตือนใจ เรื่องความรัก
ข้อคิด ข้อเตือนใจ เรื่องความรัก
1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง
2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ท่าน ประทานมา
3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความ รู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว
4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป
5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้นแต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอ
6. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกัน อย่างประทับใจที่สุด
7. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา
8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง
9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ
10. อย่าบอกลาถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจ
11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน
12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต
13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้
14. มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขา มาจากความฝันเพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น
15. ฝันถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ
16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข
17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน
18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำว่ารักอาจเยียวยาและทำให้มีสุข
19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่ามันเป็นเพียงภาพสะท้อนของตัวเรา ที่ปรากฎในพวกเขา
20. คนที่มีความสุขที่สุดไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก
21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่ พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่า-ของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิต
22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา
23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่แสนเจ็บปวด คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ
24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ
25. ความรักก็เหมือนกับการเสี่ยง คุณอาจจะต้องพบกับความล้มเหลว แต่ถ้าคุณไม่เสี่ยง คุณก็อาจจะต้องพบกับความล้มเหลวตลอดไป
26. ความรัก มักเหมือนแก้วบาง ถ้าหากคุณมือหนัก แก้วที่คุณถือ ก็อาจจะต้องแตกร้าวทุกครั้งที่คุณใช้มัน
27. ความรัก ง่ายที่เราจะหามัน แต่ยากที่จะรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป
27. ความรัก ง่ายที่เราจะหามัน แต่ยากที่จะรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป
ขอบคุณข้อมูลจาก http://webboard.yenta4.com/topic/1197
วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553
อัพเกรด Windows 7 ด้วยไดรฟ์ยูเอสบี
ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ออกซอฟต์แวร์ฟรีที่ช่วยให้ผู้ใช้เน็ตบุ๊กที่ต้องการอัพเกรดไปใช้ระบบปฎิบัติการ Windows 7 ได้สะดวกยิ่งขึ้น เนื่องจากเน็ตบุ๊กโดยทั่วไปจะมาพร้อมกับ Windows XP และไม่มีไดรฟ์ DVD เครื่องมือดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้กลุ่มนี้สามารถสร้างยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ หรือ DVD ที่สามารถใช้ในการบู๊ตเครื่อง และติดตั้ง Windows 7 ได้
สำหรับเครื่องมือดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้ที่ดาวน์โหลดก็อปปี้ Windows 7 จากเว็บไซต์ Microsoft Store โดยเมื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ตัวนี้เข้าไปในเน็ตบุ๊ก แล้วเปิดมันขึ้นทำงาน มันจะถามผู้ใช้ถึงตำแหน่งที่เก็บไฟล์ ISO ของ Windows 7 ที่ดาวน์โหลดมา เมื่อเลือกไฟล์เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เลือกว่าจะใช้ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ หรือ DVD หลังจากเลือกเสร็จตามขั้นตอนแล้ว คุณจะสามารถใช้ USB drive หรือ DVD ที่สร้างขึ้นมาไปใช้ในการติดตั้ง Windows 7 ได้ทันที
ข้อมูลจาก: MicrosoftStore
สำหรับเครื่องมือดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้ที่ดาวน์โหลดก็อปปี้ Windows 7 จากเว็บไซต์ Microsoft Store โดยเมื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ตัวนี้เข้าไปในเน็ตบุ๊ก แล้วเปิดมันขึ้นทำงาน มันจะถามผู้ใช้ถึงตำแหน่งที่เก็บไฟล์ ISO ของ Windows 7 ที่ดาวน์โหลดมา เมื่อเลือกไฟล์เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เลือกว่าจะใช้ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ หรือ DVD หลังจากเลือกเสร็จตามขั้นตอนแล้ว คุณจะสามารถใช้ USB drive หรือ DVD ที่สร้างขึ้นมาไปใช้ในการติดตั้ง Windows 7 ได้ทันที
อย่างไรก็ดี หลังจากเตรียมไดรฟ์ยูเอสบีที่จะใช้บู๊ต และติดตั้ง Windows 7 แล้ว ขั้นตอนก่อนติดตั้งก็คือ คุณจะต้องเข้าไปเปลี่ยนลำดับการบู๊ตใน BIOS เพื่อให้เน็ตบุ๊กของคุณบู๊ตจากไดรฟ์ยูเอสบีแทนที่จะเป็นจากฮาร์ดดิสก์ สำหรับระบบขั้นพื้นฐานที่สามารถติดตั้งเครื่องมือตัวนี้ได้มีดังนี้
- ระบบปฏิบัติการทีใช้เป็น Windows XP SP2, Windows Vista หรือ Windows 7 (32-bit หรือ 64-bit
- โพรเซสเซอร์ Pentium 233MHz ขึ้นไป (แนะนำให้ใช้ที 300MHz)
- พื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์ 50MB
- ไดรฟ์ DVD-R หรือยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ความจุ 4GB ขึ้นไป
- สนใจดาวน์โหลด Windows 7 USB/DVD Download Tool
ข้อมูลจาก: MicrosoftStore
พบช่องโหว่"ถล่ม" Windows 7
อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็ได้เวลาเปลี่ยนไปใช้ Windows 7 กันแล้ว แต่ดูเหมือนนาย Laurent Gaffie แฮคเกอร์รายหนึ่งกล่าวว่า มันอาจจะยังไม่ถึงเวลาจริงๆ ก็ได้ เพราะเขาอ้างว่า พบช่องโหว่ที่สามารถโจมตี Windows 7 และ Windows Vista ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ โดยได้มีการพัฒนาโค้ด เพื่อพิสูจน์แนวคิดข้างต้นเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งเผยแพร่โค้ดโดยละเอียดไว้แล้วในบล็อกของเขาอีกด้วย
รายงานข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Laurent Gaffie แฮคเกอร์รายหนึ่งอ้างว่า เขาพบวิธีโจมตีระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังจะออกมาอย่าง Windows 7 รวมถึงโอเอสรุ่นปัจจุบันอย่าง Vista ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยระบบจะแสดงหน้าจอน้ำเงินมรณะ (Blue Screen Of Death) ขึ้นมาอย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์กล่าวว่า ทางบริษัทมั่นใจ Windows 7 ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าว อีกทั้งยังไม่ได้รับรายงานใดๆ จากลูกค้าว่า โดนโจมตีจากช่องโหว่ที่พบนี้

รายงานข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Laurent Gaffie แฮคเกอร์รายหนึ่งอ้างว่า เขาพบวิธีโจมตีระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังจะออกมาอย่าง Windows 7 รวมถึงโอเอสรุ่นปัจจุบันอย่าง Vista ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยระบบจะแสดงหน้าจอน้ำเงินมรณะ (Blue Screen Of Death) ขึ้นมาอย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์กล่าวว่า ทางบริษัทมั่นใจ Windows 7 ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าว อีกทั้งยังไม่ได้รับรายงานใดๆ จากลูกค้าว่า โดนโจมตีจากช่องโหว่ที่พบนี้
Gaffie ตอบกลับทันทีว่า ช่องโหว่ดังกล่าวไม่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา แต่มันมีอยู่จริง "กรณีของ Windows 7 เป็นเรื่องที่น่าขัน เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่โพสต์ข้อความในบล็อกของผมประมาณ 50% บอกว่า มัน (โค้ด) เวิร์ก ในขณะที่อีก 50% บอกว่า มันไม่เวิร์ก ผมเดาว่า มันอาจจะเกิดจากการที่บางเวอร์ชันไม่ได้ใช้ไดรเวอร์ตัวเดียวกัน" ช่องโหว่ที่ว่านี้ยังอาจจะนำไปสู่การพัฒนารูปแบบการโจมตีแบบ DDoS ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ทาง Internet Storm Center (ISC) ได้ยืนยันว่า ช่องโหว่ดังกล่าวสามารถใช้งานได้จริง "เรายืนยันว่า ช่องโหว่ที่พบมีผลกระทบกับ Windows 7/Vista/Server 2008" ข้อความยืนยันได้ถูกโพสต์แจ้งไว้ในเว็บไซต์ของ ISC นอกจากนี้ ข้อความคอมเมนต์ที่ปรากฎในบล็อกของ Gaffie ก็ระบุตรงกัน โดยผลลัพธ์ของการโจมตีจะทำให้คอมพิวเตอร์ของเหยื่อเกิดอาการที่เรียกว่า จอน้ำเงินมรณะ (BSOD) ลักษณะคือ โอเอสจะแสดงหน้าจอสีน้ำเงินพร้อมแสดงบรรทัดของโค้ดการทำงานในส่วนที่ผิดพลาดจนล่ม ผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์ในไซต์ยังเชื่อว่า โค้ดที่พัฒนาขึ้นมานั้นสามารถนำไปปรับแต่ง เพื่อเจาะเข้าไปควบคุมการทำงานบนคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้โดยสมบูรณ์ได้อย่างง่ายดาย
Gaffie อธิบายว่า ช่องโหว่ที่พบจะอยู่ในโพรโตคอลของการทำงานที่เรียกว่า System Message Block (SMB) Version 2 ซึ่งพบใน Windows Vista, Windows 7 และ Windows Server 2008 ส่วนระบบปฏิบัติการเวอร์ชันก่อนหน้านี้อย่าง Windows XP และ Windows 200 จะใช้ SMB1 จึงไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ที่ว่านี้ ในส่วนของ SMB มันเป็นโพรโตคอลหนึ่งสำหรับการทำงานบนเครือข่ายที่ทำให้ Windows สามารถแชร์ไฟล์ ไดเร็กทอรี และอุปกรณ์ต่างๆ ให้ใช้งานร่วมกันได้ ซึ่ง SMB2 เป็นเวอร์ชันอัพเดตของโพรโตคอล SMB1 เพื่อลดความจำเป็นที่ต้องมีการตรวจสอบกลับไปกลับมาระหว่างเครื่องไคลเอ็นต์ และเซิร์ฟเว่อร์หลายรอบ
ทางด้านตัวแทนของไมโครซอฟท์กล่าวว่า หากผู้ใช้ท่านใดที่รู้สึกว่า กำลังได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าวสามารถติดต่อกับทางไมโครซอฟท์ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ผ่านทางเว้บไซต์ Microsoft Security Support
ขอบคุณข้อมูลและภาพ

แอบดู!!! ขั้นตอนผลิต"ยูเอสบีไดรฟ์"
เรื่องบางเรื่องเราพบเห็นกันทุกวันจนเคยชิน ก็เลยไม่ได้นึกสงสัยอะไร แต่แล้วก็มีคนตั้งคำถามที่ผมเชื่อว่า คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านก็คงอยากจะทราบเหมือนกัน นั่นก็คือ แฟลชไดรฟ์ ยูเอสบีไดรฟ์ หรือธัมบ์ไดรฟ์ ที่แล้วแต่ใครจะเรียกนั้น มันมีขั้นตอนการผลิตอย่างไร? ทำไมถึงมีราคาถูกลงเรื่อยๆ เพราะมันทำง่ายอย่างนั้นหรือ?


ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ


คลิปวิดีโอที่นำมาฝากเป็นการติดตามเข้าไปเก็บขั้นตอนการผลิตยูเอสบีไดรฟ์ในโรงงานผลิตของ Kingston ที่ตั้งในกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน โดยเริ่มตั้งแต่พิมพ์ลายวงจร ติดชิป ตรวจสอบ ประกอบคอนเน็คเตอร์ ตัดแบ่งแยกชิ้น ตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนจะนำไปประกอบตัวถังด้วยสีสันต่างๆ แล้วยังต้องมีการทดสอบในขั้นตอนสุดท้ายอีกครั้งกว่าจะได้ยูเอสบีไดรฟ์ที่สมบูรณ์พร้อมจำหน่าย

รับรองว่า คุณผู้อ่านจะต้องทึ่งกับขั้นตอนการทำงานที่แม่นยำจนน่าอัศจรรย์ โดยจะไม่รู้สึกเบื่อตลอดแปดนาทีครึ่งที่ได้ชม...คอนเฟิร์ม!!!

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553
บทเพลงบ้านเรา
วงกินรี
เพลงเด็กหลังเขา สามแยก
เพลงทราบแล้วเกลียด มอร์แกน
เพลงเด็กหลังเขา สามแยก
เพลงทราบแล้วเกลียด มอร์แกน
รัก"สุข"หรือ"ทุกข์"เริ่มต้นได้จากตัวเรา
ความรักของคนเรามีหลายรูปแบบซึ่งเกิดจากคนสองคน ที่มีความรู้สึกดีๆต่อกัน ทำให้ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นจนเกิดความรัก ความรักนั้นเป็นสิ่งสวยงาม เราจึงควรดูแลความรักนั้นให้อยู่กับเราให้ดีๆ
รักนั้นย่อมมีทั้งความสุข และความทุกข์ ควบคู่กันไปเสมอ ดังนั้นเราควรดูแลความรักและคนรักเราอยู่เสมอ โดยการเริ่มต้นจากตัวเรา โดยมีวิธีง่ายๆ ดังนี้
รักนั้นย่อมมีทั้งความสุข และความทุกข์ ควบคู่กันไปเสมอ ดังนั้นเราควรดูแลความรักและคนรักเราอยู่เสมอ โดยการเริ่มต้นจากตัวเรา โดยมีวิธีง่ายๆ ดังนี้
- ดูแลความรัก หมั่นเติมความรักอยู่เสมอ อย่าลืมเลือกเวลาเหมาะ ๆ เพื่อใช้ในการพูดคุยกัน หมั่นแลกเปลี่ยนความคิดกันบ่อย ๆ
- กล้าหาญกับความรู้สึก คุณควรจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณกับคนที่อยู่ข้างตัวบ้าง
- คิดก่อนพูด เพราะคำพูดที่หลุดออกมาจากปากนั้น ไม่สามารถย้อนกลับคินได้
- มีการให้เวลานอก เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มอึดอัด เบื่อหน่าย หรือเกิดการขัดแย้งที่ชักจะบานปลายเป็นเรื่อง หรือเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พร้อมที่จะตอบคำถาม ไม่มีการกดดันกันให้เวลาเพื่อพักโดยไม่ถามเหตุผล ให้โอกาสในการพูดเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของแต่ละคนตามความพร้อม
- ฟังกันบ้าง ถ้ารู้จักฟังจะทำให้ความเข้าใจตรงกัน เมื่อไม่เข้าใจกันก็จะได้ถาม ได้อธิบาย ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้น
- เพิ่มรักให้เหนียวแน่น เช่น เอ่ยชมกันและกันบ่อย ๆ การ เอ่ยชมคนรักบ่อย ๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้เขารู้สึกดีเท่านั้น แต่จะมีผลในแง่ความรู้สึกของคนที่ชมด้วย
- หัดใจเย็นมากขึ้น เมื่ออารมณ์ขุ่นมัว ตัดสินใจอะไรผิด ๆ ได้ง่าย การทำตัวเย็นจะทำให้ฝ่ายเกรงใจ
- คอยตักเตือนในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด เมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรไม่ค่อยเข้าท่า ก็อย่าลืมคอยเตือนเขาไว้บ้าง เตือนด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ไปตำหนิเขา
- เมื่อทะเลาะกันไม่มีคำว่าฉันหรือเธอ แต่ความเป็นคำว่าเราทั้งคู่ จะทำให้รู้สึกว่าทั้งสองคนยังมีค่าพอสำหรับกันและกัน อย่างน้อยก็ยังไม่แบ่งแยกแบบตัวใครตัวมัน จะทำให้ดีกรีความรุนแรงเมื่อทะเลาะกันน้อยลง
- ขอร้องเมื่อต้องการ…ไม่ใช่สั่ง หลายเรื่องที่บางครั้งเราไม่พอใจ และอยากให้เขาเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้ถูกใจเรา ให้ขอร้องเราดี ๆ ด้วยเหตุผล อย่าสั่งเด็ดขาด
เพียงเท่านี้ ความรักก็จะอยู่กับคุณตลอดไปนะค่ะ
วิธีง่ายๆแก้ความเครียด
มีวิธีแก้เครียด ดังนี้
- ยิ้ม การยิ้มเป็นภาษากายที่ดีที่สุด เป็นการเปิดประตูของหัวใจรับความสุขและให้ความสุขแก่ผู้อื่น และชื่นชมตัวเองได้ด้วย จงคิดว่าเรายิ้มให้กับความดีของคนอื่น จงยิ้มอย่างสดชื่น อารมณ์ดีมีชีวิตชีวา
- อย่ากังวล ความกังวลเกิดจากความคาดหวัง อยากจะได้ในสิ่งที่เป็นได้ยาก และใจจะคิดอยากได้อยู่เสมอ เมื่อหมดความแสวงหา ลดความต้องการ ลดความอยากได้ลง ก็จะได้ไม่เครียดและเป็นทุกข์ต่อไป
- ความระแวง ความระแวงทำให้เป็นโรคเหงา คบใครๆ ก็ไม่สนิทสนมจากใจจริงและรู้สึกไม่ปลอดภัย เมื่ออยู่กับผู้อื่น ต้องทำอดีตให้เป็นอดีต อย่าทำอดีตให้เป็นปัจจุบันและกลัวอนาคต “เลิกคิดเถิด ความระแวง มะเร็งของความสุขของมนุษย์”
- ความโกรธ ความโกรธเป็นอารมณ์ที่น่ากลัวและรุนแรงที่สุด การลดความโกรธมีหลายอย่าง เช่น การทำงานให้มากขึ้น ออกกำลังกาย สนใจศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติ เดินทางท่องเที่ยว ดนตรี เล่นกีฬา
- อารมณ์ขัน อารมณ์ขันนี้เป็นยาวิเศษที่ทำให้มีความสุข ผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้เกิดมิตรภาพ มีความสนุกสนานและบรรยากาศรอบๆ ตัวจะสุนทรีย์ ลดตัวเองสู่ความเป็นเด็กได้ มองโลกในแง่ดี รู้จักให้อภัยตัวเองและผู้อื่นได้
- คาถาคลายเครียด “ช่างมัน” มนุษย์หนีความเครียดไม่พ้นหรอก บางคนมีมาก บางคนมีน้อย ความเครียดจึงทำให้ไม่เป็นสุข ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงไป และสิ้นสุดได้ทั้งนั้น เมื่อรู้แล้วก็ปล่อยวาง หรือ “ช่างมัน” เมื่อรู้อย่างนี้แล้วใครอยากจะเครียดนานๆ ก็ตามใจ นอกจากไม่มีความสุขแล้วยังแก่เร็ว ป่วยบ่อยๆ ด้วย
วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ไหว้พระที่อยุธยา
ไหว้พระครั้งนี้ ขอคุยเรื่องการไปไหว้พระที่อยุธยาสักหน่อย ก็แล้วกัน เพราะเป็นจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ทำให้การเดินทางไปได้สะดวก ทั้งทางรถยนต์ หรือรถไฟ
เราได้ไปอยุธยาล่าสุด ก็หลายปีแล้วนะ แต่ก็ไม่นึกจะเขียนบอกเล่าว่าเป็นอย่างไร ก็เลยถือโอกาสนี้เล่าซะเลยการเดินทางไปอยุธยาในครั้งนั้น คือ รถยนต์ เพราะไปกับน้า (ประหยัดสุดๆๆ) นั่งรถแต่ก็ไปถึงที่อยุธยาก็ประมาณเที่ยง สิ่งแรกที่เห็นก็คือ กำแพงเมืองเก่าหรือสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในอยุธยานั้นเอง ตอนนั้นสิ่งแรกที่ไปคือ ไปดูช้าง ที่วังช้างอยุธยา แล เพนียด ที่นั้นมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่างเช่น การนั่งช้าง ช้างเล่นมาเต้นโชว์ความสามารถ การให้อาหารช้าง ถ่ายรูปต่าง ๆ
เมื่อเสร็จแล้ว เราจึงเดินทางไปที่วัดใหญ่ชัยมงคล ที่นี้มีเจดีย์ที่ใหญ่สมชื่อ
ถ้าเราเดินออกจากวัดมาอีกฝั่ง ก็จะเจอกับศาลสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งสังเกตง่าย ๆ โดยจะมีไก่ชนตั้งไว้รอบ เมื่อเสร็จ เราก็เดนทางไปต่อที่วัดพนัญเชิง ซึ่งนับเป็นวัดทีีมีองค์พระ ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง และในบริเวณ เดียวกันก็มีวิหารเทพเจ้าต่างๆ ให้ผู้คนมากราบไหว้
และสุดท้ายแวะชม วิหารพระมงคลบพิตร ตั้งอยู่ทางใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ การไปเที่ยวครั้งนั้นเราก็เน้นการไปไหว้พระไม่มาก จึงไปกันแค่ 3 แห่ง
สุดท้าย จะไม่พูดทิ้งท้ายก็ไม่ได้ คือเรื่องของฝาก ถ้าพูดถึงอยุธยา ก็ต้องซื้อ คือ โรตีสายไหม และหนังปลาทอดกรอบ ถ้าไปอยุธยาก็อย่าลืมซื้อของฝากมาด้วยนะค่ะ
ถ้าเราเดินออกจากวัดมาอีกฝั่ง ก็จะเจอกับศาลสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งสังเกตง่าย ๆ โดยจะมีไก่ชนตั้งไว้รอบ เมื่อเสร็จ เราก็เดนทางไปต่อที่วัดพนัญเชิง ซึ่งนับเป็นวัดทีีมีองค์พระ ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง และในบริเวณ เดียวกันก็มีวิหารเทพเจ้าต่างๆ ให้ผู้คนมากราบไหว้
และสุดท้ายแวะชม วิหารพระมงคลบพิตร ตั้งอยู่ทางใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ การไปเที่ยวครั้งนั้นเราก็เน้นการไปไหว้พระไม่มาก จึงไปกันแค่ 3 แห่ง
สุดท้าย จะไม่พูดทิ้งท้ายก็ไม่ได้ คือเรื่องของฝาก ถ้าพูดถึงอยุธยา ก็ต้องซื้อ คือ โรตีสายไหม และหนังปลาทอดกรอบ ถ้าไปอยุธยาก็อย่าลืมซื้อของฝากมาด้วยนะค่ะ
วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553
การปรับตัวเข้าหากัน
เมื่อเราพูดถึงการปรับตัว เราก็นึกถึงการปรับตัวต่างๆนาๆ ที่เราสามารถคิดขึ้นมาได้ เช่น การปรับตัวเข้าหาแฟน ปรับตัวกับเพื่อน คนทำงาน หรือไม่ก็ครอบครัว สิ่งนี้เราต่างก็ต้องเกิดการปรับตัวกันบ้าง ไม่ใช่ไม่มีใครอยู่กัน โดยไม่มีการปรับตัว บางครั้งเมื่ออยู่กันไป อาจมีเรื่องหมาดใจกันได้ แต่ตอนนี้ขอพูดการปรับตัวกับครอบครัวก่อนเลยนะค่ะ (ขออภัยถ้าความคิดเห็นของผู้เขียนไม่อาจตรงกับผู้ที่อ่าน มา ณ ที่นี้นะค่ะ)
ครอบครัวเป็นสิ่งแรกที่อยู่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุด ตอนเด็กๆ เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีการปรับตัวมากเท่าใด เพราะเรายังเด็ก มีวุฒิการศึกษาที่น้อย การเข้าสังคมหรือการประพฤติก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่พอเรายิ่งโตขึ้นมา ได้เจออะไรหลายๆอย่าง ทำให้ความประพฤติหรือพฤติกรรมของเรานั้นเปลี่ยนไป ทำให้เรามีการไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ทำให้มีเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน เลยเกิดคำว่า "ทำไมพ่อแม่ ไม่เข้าใจลูก" และ "ทำไมลูกไม่เข้าใจความหวังดีของพ่อแม่เลย" ถ้าเรามองย้อนกลับไปแล้วมานั่งคิดทบทวนกันใหม่ ว่าสิ่งใดที่มันทำให้เกิดเรื่องแบบนั้น เรื่องก็คงไม่เกิดขึ้นมา
เมื่อเรามองเห็นปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณคือ พ่อแม่ หรือลูก เราควรมานั่งคุยกันก่อนดีไหม ถ้าไม่ชอบอะไรก็คุย เปิดใจให้กว้าง ยอมรับกับปัญหาที่มีอยู่ และยอมให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาดกันไป หน้าที่ในการปรับตัวไม่ใช่หน้าที่ของลูกเพียงฝ่ายเดียวหรือเป็นของพ่อแม่เพียงฝ่ายเดียว แบบนั้นก็ไม่ใช่ การปรับตัวจะได้ผลดีของควรปรับตัวเข้าหากันทั้งสองฝ่าย ยอมพูดคุย ยอมรับในสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องการโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยอมรับ ทำให้การอยู่ด้วยกันนั้นมีความสุข
เมื่อเรามองเห็นปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณคือ พ่อแม่ หรือลูก เราควรมานั่งคุยกันก่อนดีไหม ถ้าไม่ชอบอะไรก็คุย เปิดใจให้กว้าง ยอมรับกับปัญหาที่มีอยู่ และยอมให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาดกันไป หน้าที่ในการปรับตัวไม่ใช่หน้าที่ของลูกเพียงฝ่ายเดียวหรือเป็นของพ่อแม่เพียงฝ่ายเดียว แบบนั้นก็ไม่ใช่ การปรับตัวจะได้ผลดีของควรปรับตัวเข้าหากันทั้งสองฝ่าย ยอมพูดคุย ยอมรับในสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องการโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยอมรับ ทำให้การอยู่ด้วยกันนั้นมีความสุข
การติดต่อถึงฉัน
ติดต่อได้ที่
E-mail: mainakon@hotmail.com
E-mail: mainakon@hotmail.com
แนะนำตัว
ชื่อ ลัดดาวัลย์ แซ่ลิ่ม
ชื่อเล่น ใหม่นะค่ะ
เด็กคอน ณ เมืองภูเก็ต
__________________________________________
ยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามาเยี่บมชมนะค่ะ
วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553
เครือข่ายไร้สายWiGig
เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย Wi-Gig (Wireless Gigabit) เป็นมาตรฐานเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง เป็นอีกความหวังของสิ่งที่จะอำนวยความสะดวกสบายภายในบ้านกับการเชื่อมต่อเครือข่ายภายในบ้านที่มีความเร็ว 7 กิกะบิต ต่อวินาที หรือ 7,000 เมกะบิตต่อวินาที ทำงานบนความถี่ 60 GHz
ภายหลังจากเปิดตัวมาตรฐานดังกล่าวในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาด้วยการสนับสนุนจากกลุ่มพันธมิตร Wi-Fi ซึ่งเป็นมาตรฐานเครือข่ายไร้สายที่คุ้นเคยกันอย่างดี ซึ่งทั้งสองพันธมิตรได้ตกลงที่จะร่วมกันแบ่งปันในรายละเอียดของการพัฒนาเทคโนโลยี Wi-Fi ใหม่ๆ และ WiGig ด้วยกันสามารถทำงานร่วมกันได้ทั้งสองมาตรฐาน เรียกง่ายๆว่าเครื่องรับ-ส่งสัญญาณไร้สายตามบ้าน และสำนักงานสามารถรองรับความถี่ได้ทั้ง 2.4 GHz, 5 GHz และ 60 GHz จึงใช้ได้ทั้งระบบเดิมและระบบใหม่
จุดเด่นของ WiGig เครือข่ายไร้สายความเร็วสูงกับแบนด์วิธที่มีมากขึ้นทำให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลขนาดมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับสตริมมิ่งมัลติมีเดียโดยเฉพาะความบันเทิงภายในบ้านที่กำลังเข้าหาระบบ "เอชดี" หรือความคมชัดสูง เชื่อมต่อได้ทั้งเครื่องเล่นบลูเรย์ เซ็ทท็อปบ็อกซ์ เครื่องเล่นเกม โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป
ซึ่งมีการชี้ให้เห็นภาพก็คือการถ่ายโอนข้อมูล ภาพยนตร์ดีวีดีขนาด 1 แผ่น สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้เพียงไม่ถึง 10 วินาทีเท่านั้นเอง
ทั้งนี้ความคืบหน้าของ WiGig นั้นได้รับการสนับสนุนจากสมาคมมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์วีดิโอ หรือ Video Electronics Standards Association: VESA เพื่อพัฒนาสเปกของ DisplayPort หรือพอร์ตต่อพ่วงกับอุปกรณ์เครื่องเล่นทั้งหลาย ทั้งภาพ เสียง และข้อมูลที่จะใช้เทคโนโลยีของ WiGig ได้ซึ่งทาง WiGigใกล้จะประกาศสเปกของแอพพลิเคชั่นซึ่งหมายถึงการล็อกอินเตอร์เฟซการแสดงผลและอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้สนับสนุนรายใหม่เข้ามาคือ ค่ายเอเอ็มดีโดยค่ายยักษ์อย่าง อินเทล, ไมโครซอฟท์, ซัมซุง, เดล, โตชิบา, โนเกียว, เอ็นวิเดีย, เอ็นอีซี และซิสโก้ เป็นต้น ได้ร่วมกันอยู่ในบอร์ดบริหารของ WiGig เรียบร้อยแล้ว
ตามเป้าหมาย ทางผู้บริโภคจะเริ่มได้สัมผัสอุปกรณ์ หลากหลายกับมาตรฐาน WiGig ได้ในกลางปี 2555 ซึ่งถึงตอนนั้นสายเคเบิลกับอุปกรณ์ความบันเทิงและเครือข่ายทั้งหลายก็ไม่ต้องพันให้รกรุงรัง แถมประสิทธิภาพเต็มเปี่ยม.
หนุ่มดิจิตอล
cybernet@thairath.co.th
cybernet@thairath.co.th
บทความจาก : ไทยรัฐ
วิธีเช็คว่า คอมของคุณถูกเปิดใช้ตอนกี่โมงบ้าง
หลายๆคนที่อยู่หอกับเพื่อน คงมีความรู้สึกอยู่ ว่าใครเเอบมาเล่น msn เรารึป่าวหรือ มานั้งทำไรเครื่องเรารึป่าว จะมาสอนวิธี เช็คกันว่ามีคนเเอบเล่นเครื่องเรารึป่าว
เป็นเคล็ดลับที่มีมานานแล้วหละ
คุณ สามารถที่จะเช็คได้โดยง่ายเลยครับ ว่า COMPUTER ของคุณได้ถูกเปิดตอนกี่โมงบ้าง(มีคนมาเปิดเครื่องคุณ ตอนที่ไม่อยู่อะเปล่า) โดยมีวิธีง่ายๆดังนี้ค่ะ
1. คลิ๊ก MOUSE ขวาที่ ICON MY COMPUTER แล้วเลือก Manage
2. จะมีหน้าต่างแบบด้านล่างขึ้นมา
เป็นเคล็ดลับที่มีมานานแล้วหละ
คุณ สามารถที่จะเช็คได้โดยง่ายเลยครับ ว่า COMPUTER ของคุณได้ถูกเปิดตอนกี่โมงบ้าง(มีคนมาเปิดเครื่องคุณ ตอนที่ไม่อยู่อะเปล่า) โดยมีวิธีง่ายๆดังนี้ค่ะ
1. คลิ๊ก MOUSE ขวาที่ ICON MY COMPUTER แล้วเลือก Manage
2. จะมีหน้าต่างแบบด้านล่างขึ้นมา
3. แล้วใช้ MOUSE เลือกไปที่ Event Viewer ---> Systemแล้วจะมีข้อมูลเวลาที่เปิด COMPUTER ขึ้นมา
เพียงเท่านี้ก็เสร็จแล้วค่ะ
ข้อมูลจาก : www.thaigaming.com
ซ่อมแซม Internet Explorer ที่มีปัญหาด้วยโปรแกรม Fix IE Utilit
สวัสดีค่ะ ใครที่ใช้โปรแกรม Internet Explorer(IE) เป็นเบราเซอร์ตัวโปรดในการท่องเว็บ เล่นอินเตอร์เน็ต แล้วเจอปัญหาIE Error บ่อยๆ หรือIE ไม่ยอมทำงานไปซะเฉยๆ บางทีก็หลุดหรือปิดตัวเองไปซะเฉยๆ แล้วหล่ะก็ วันนี้ผมมีเครื่องมือที่จะช่วยซ่อมแซมและแก้ไข เป่าลมหายใจให้ IE ของคุณกลับมาทำงานได้อย่างราบรื่น พาคุณท่องเว็บ เล่นอินเตอน์เน็ตได้อย่างสบายใจ ไร้กังวลกับปัญหา Error ต่างๆ มาฝากกันครับ โดยโปรแกรมที่กล่าวถึงนี้ก็คือโปรแกรม Fix IE Utility ค่ะ
โปรแกรม Fix IE Utility คืออะไร
โปรแกรม Fix IE Utility เป็นเครื่องมือหรือโปรแกรมฉบับพกพา ที่เอาไว้ช่วยซ่อมแซมและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Internet Explorer(IE) ซึ่งแอาจจะเกิดจากปัญหาไวรัส สปายแวร์ต่างๆ รวมไปถึงอาการที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้ทำการลบหรือกำ จัดไวรัส สปายแวร์ออกไปแล้วก็ตาม โดยยูทิลิตี้นี้ได้รวมรวมคำสั่งสำหรับ Register ไฟล์ประกอบสำคัญ เช่นพวกไฟล์ dll, ไฟล์ ocx ต่างๆ เอาไว้ถึง 89 ไฟล์เลยทีเดียว ที่จำเป็นสำหรับไว้ให้ IE เรียกใช้งาน เพื่อการทำงานที่ราบรื่น ไร้กังวลจากปัญหา Error โดยโปรแกรม Fix IE Utility นี้ รองรับและทดสอบผ่าน IE 7 และ IE 8 เรียบร้อยแล้ว
วิธีใช้งานและดาวน์โหลดโปรแกรม Fix IE Utility
1. ให้ ดาวน์โหลดโปรแกรม Fix IE Utility << ที่นี่ มาไว้ที่เครื่อง
2. จากนั้นปิดโปรแกรมInternet Explorer(IE) ออกไปให้หมด รวมถึงโปรแกรมอื่นๆด้วย
3. จากนั้นให้แตกไฟล์ Fix IE.zip ที่ดาวน์โหลดมาไว้เรียบร้อยแล้ว
4. ต่อมาให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ Fix IE Utility.exe แล้วกดปุ่ม Run Utility แล้วรอจนกระทั่งมีกล่องข้อความขึ้นมาแจ้งเตือนว่า “Re-registered all files” ก็ให้คลิกปุ่ม OK ออกไป เพื่อจบการทำงาน
5. เป็นอันเรียบร้อยครับ ขอให้สนุกกับการใช้งาน IE ของคุณนะค่ะ
ข้อมูลจาก : www.thaigaming.com
อาการ Hard diskใกล้เสีย
ประเด็นที่จะเตือนผู้ใช้ก็คือ อย่ามั่นใจเทคโนโลยีมากเกินไป ควรสังเกตบ้าง เหตุสำหรับ Hard disk ที่ใกล้เสีย ซึ่งมีอยู่ 10 ข้อ
1. เสียงดังติ๊กๆ อย่านึกว่าเป็นเข็มนาฬิกา : เสียงดังที่ว่านี้ ถ้าจะให้พิจารณากันอย่างละเอียด ต้องเอาหูแนบกับฮาร์ดดิสก์ว่าเสียงมาจาก ส่วนใด เพราะการวิเคราะห์หาสาเหตุจะทำได้ตรงจุดจริง ๆ ถ้าเสียงมาจากตรงกลางให้สันนิษฐานว่ามาจากชุดขับเคลื่อน มอเตอร์ที่อาจเกิด ความผิดพลาดหรือชำรุดขึ้น แต่ถ้าเสียงดังมาจากรอบ ๆ นอกในบริเวณ Hard disk ให้สันนิษฐานว่าปัญหามาจากหัวอ่านติดขัด ซึ่งอาจจะกำลังเคาะกับแผ่นจานอยู่ก็เป็นได้ ตรงนี้อันตรายมากเพราะทำให้ข้อมูลเสียหายได้ทั้งลูกเลย
2. ไฟดับบ่อยๆ ไม่ดีกับฮาร์ดดิสก์ : เครื่อง Computer ที่ไม่มี UPS มีโอกาสเสี่ยงที่อุปกรณ์ภายในจะเสียหายเร็วขึ้นถ้าหากมีไฟดับบ่อย ๆ โดยเฉพาะ Hard disk นั้น เวลาที่ไฟฟ้าดับ อย่างรวดเร็วหัวอ่านข้างในอาจจะยังไม่กลับสู่บริเวณที่ ปลอดภัย หรือบางทีหัวอ่าน อาจจะไปกระแทกกับแผ่นจานในช่วงที่ไฟฟ้ากระชากขึ้นมาทันที ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ นอกจากนี้หากไฟตกบ่อย ๆ แล้วดับลงก็ไม่เป็นผลดีเช่นกัน เพราะ Hard disk จะพยายามทำงานตามหน้าที่หากมีกำลังไฟเพียงพอ แต่ถ้าในระหว่างนั้นไฟค่อยๆ ตกลงและดับไป ตำแหน่งของหัวอ่านจะยังไม่กลับที่เดิมแน่ ดังนั้น ควรติดตั้ง UPS ไว้จะปลอดภัยทั้ง Hard disk เองและอุปกรณ์ทั้งหมดด้วยเช่นกัน
3. เครื่องแฮงก์บ่อยๆ : ปัญหาเครื่อง Computer ค้างนั้น มีหลายสาเหตุ นอกจาก Software และระบบปฏิบัติการ Error แล้ว อุปกรณ์ Hardware ก็สามารถทำให้เครื่องค้างหรือหยุดนิ่งไม่ไหวติงได้เช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ Hard disk นั่นเอง ทำไม Hard disk ถึงค้างได้ อย่างแรกเลยก็คือ กำลังไฟที่จ่ายไม่เพียงพอ ถ้าเครื่อง มีอุปกรณ์ต่อพ่วงมาก มี Hard disk และ drive optic หลายตัว แต่ Power supplyใช้ของราคาถูก จ่ายไฟไม่พอ แบบนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ Hard disk ค้างได้เลย และอย่างที่สองมาจากอุปกรณ์ภาย Hard disk ในทำงานผิดพลาด ซึ่งตรงจุดนี้ตัวระบบปฏิบัติ การเองสามารถส่งผลต่อเนื่องมายัง Hard disk ได้ โดยตรง เพราะยังไงเสียระบบปฏิบัติการก็เก็บอยู่ใน Hard disk นั่นเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับส่วนหนึ่ง ย่อมส่งผลไปยังส่วนที่เหลือได้ไม่ยาก
4. ทำไมมันร้อนเร็วจัง : หลังจากที่คุณเปิดสวิตช์เครื่อง Computer ได้ไม่นาน และพบว่า Hard disk ของมีอุณหภูมิขึ้นสูงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ แต่ยังคงทำงานต่อไปได้ ให้ตั้งข้อสันนิษฐานถึงความผิดปกติที่พบขึ้นมาทันที เพราะ Hard disk จะร้อนขึ้นเมื่อมีการเริ่มเขียน-อ่าน ข้อมูลอย่างจริงๆ จังๆ แค่เปิดเครื่องแล้วอยู่ๆ ก็ร้อนขึ้นขนาดนี้ไม่ดีแน่ครับ อาการที่ว่านี้มาจากอุปกรณ์ภายในโดยตรงที่ส่งความร้อนออกมา มอเตอร์อาจได้รับแรงดันไฟมากเกินไปหรือไม่เสถียรพอจนทำงานผิดพลาด นอกจากนี้หากมีชิ้นส่วน ในแผงวงจรเกิดชำรุดเสียหายขึ้นมาก็สามารถแสดงอาการ แบบนี้ได้เช่นกัน
5. โปรแกรมค้างบ่อยๆ : สำหรับโปรแกรมที่กำลังพูดถึงนี้ รวมไปถึงระบบปฏิบัติการด้วย เวลาที่เปิดโปรแกรมสักตัวขึ้นมาแล้วมันหยุดนิ่งหรือค้างไปเฉยๆ นั้น หนึ่งในข้อสันนิษฐานก็คือ ปัญหาที่ว่าอาจมาจาก Hard disk โดยตรง ถ้า Hard disk ของมี Bad Sector กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้ง Hard disk ว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โปรแกรมหรือแม้แต่ระบบปฏิบัติ การค้างได้ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด
6. ไฟติด แต่ไฟล์ดับ! : ถ้าต่อสายสัญญาณไฟแสดงสถานะของ Hard disk ใน Main board ถูกต้อง หลอด LED ด้านหน้าเคส ต้องแสดงอาการให้เห็นเวลาที่มีการเขียนอ่านข้อมูลเกิดขึ้น หลอดไฟดวงเล็ก ๆ นี้ช่วยให้สังเกตความผิดปกติของ Hard disk ได้เช่นกัน ยกตัวอย่าง ถ้าในระหว่างที่มีการเขียนข้อมูลหรือไฟล์ลง Hard disk หลอดไฟย่อมกะพริบอยู่ตลอด แต่หลังจากกลับเข้าไปดูข้อมูลที่เขียนหรือ โอนถ่ายลงไปกลับพบว่าทุกอย่าง ว่างเปล่า ไม่มีอะไรถูกเขียนลงไปใน Hard disk เลย แล้วทำไมหลอดไฟถึงได้กะพริบแบบนั้น ตรงนี้บอกอะไรเราได้บ้าง อย่างแรกเลยคือ เกิดความผิดพลาดในระดับโครงสร้างการจัดเก็บไฟล์ ปัญหาที่ว่านี้อาจมาจากระบบ FAT หรือแม้แต่โครงสร้างพาร์ทิชันเสียหาย ไฟที่กะพริบแสดง ถึงการโอนข้อมูลไปยังตำแหน่งของ sector ที่ใช้เก็บข้อมูล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเขียนลงไปได้สำเร็จจริงๆ ยิ่งถ้าปิดหน้าจอไว้ในระหว่างที่มีการโอนไฟล์ใหญ่ๆ หลอดไฟที่กะพริบอาจทำให้เข้าใจว่าระบบกำลังทำงานอยู่ ตรงนี้ถ้าไม่เปิดดูหน้าจอจะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
7. Hard disk ตีกลอง : สำหรับอาการที่ว่านี้มีความแตกต่างจากข้อที่ 1 โดยสิ้นเชิง ถ้าได้ยิ้นเสียงรัวกลองดังกึกก้องมาจาก Hard disk และไม่ยอมหยุดซักที อาการแบบนี้ใกล้พังเเล้ว เสียงดังที่คล้ายกับ การตีกลองนั้นมาจากหัวอ่านไปกระทบกับจานอย่างจัง หรือแม้แต่หัวอ่านเลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งล็อก จนไปกระทบกับแผ่นจาน ถ้าเป็นแบบนี้ข้อมูลทั้งหมดใน Hard disk อาจได้รับความเสียหายจนถึงขั้นกู้ ไม่ได้เลย ดังนั้น ถ้าเสียงกลองเพิ่งเริ่มรัวให้ รีบไปซ่อมด่วนเลยนะ
8. Scan diskไม่ผ่าน : การตรวจ Hard disk ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองก็คือ scan มันให้ทั่วทั้งจาน ไม่ว่าจะใช้บริการจาก Utility บน Windows เอง หรือโปรแกรมจากเธิร์ดพาร์ตี้ก็ตาม หากสแกนไม่ตลอดรอดฝั่งแล้วละก็ ให้ตั้งข้อสันนิษฐานได้เลยว่า Hard disk กำลังมีปัญหาเกิดขึ้น สาเหตุก็มีทั้งโครงสร้าง FAT เสียหาย รวมถึงตาราง Partition ที่อาจเสียหายด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ หาก Hard disk มี Bad sector ตรงจุดสำคัญๆ ก็จะส่งผลให้การสแกนฮาร์ดดิสก์ตรงตำแหน่งพื้นที่นั้นๆ ไม่ผ่านด้วยเช่นกัน หรือแม้แต่ค้างนิ่งไปเลยก็มีให้เห็นด้วย
9. สั่ง De frag แต่ไม่ผ่าน : De frag หรือการจัดเรียงข้อมูลหรือไฟล์ที่ไม่ต่อเนื่อง ซึ่งกระจัดกระจาย อยู่ทั่ว Hard disk ให้กลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิม เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วให้ก็จริง แต่ถ้าการ De frag ไม่ผ่านหรือไม่ยอมจบสิ้นซักที นอกจาก Hard disk นั่นเอง ถ้าพบอาการที่ว่านี้ในระหว่างการ De frag Hard disk นั้น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ถึง Hard disk เริ่มไม่ดีแล้ว ปัญหามีอยู่สองอย่าง อย่างแรกมาจากตัวอุปกรณ์เองที่อาจชำรุดเสียหาย และอย่างที่สองมาจาก โครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูลเกิดความเสียหายใน ระดับ Software ตรงนี้ไม่สามารถใช้ การ De frag มาช่วยได้นอกจากต้องสร้าง Partition และ format โครงสร้าง FAT ขึ้นมาใหม่
10. สร้าง Partition ไม่ได้ : สัญญาณอันตรายในข้อสุดท้ายนี้ค่อนข้างรุนแรง Hard disk พัง หรือมันเพิ่งหล่น ปัญหาอาจจะมาจากแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์เสียหาย ซึ่งหากคุณหาอะไหล่ที่เป็นรุ่นเดียวกันมาถอดเปลี่ยนเข้าไปใหม่ ก็สามารถใช้งาน Hard disk ได้แล้ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)














