ครอบครัวเป็นสิ่งแรกที่อยู่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุด ตอนเด็กๆ เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีการปรับตัวมากเท่าใด เพราะเรายังเด็ก มีวุฒิการศึกษาที่น้อย การเข้าสังคมหรือการประพฤติก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่พอเรายิ่งโตขึ้นมา ได้เจออะไรหลายๆอย่าง ทำให้ความประพฤติหรือพฤติกรรมของเรานั้นเปลี่ยนไป ทำให้เรามีการไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ทำให้มีเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน เลยเกิดคำว่า "ทำไมพ่อแม่ ไม่เข้าใจลูก" และ "ทำไมลูกไม่เข้าใจความหวังดีของพ่อแม่เลย" ถ้าเรามองย้อนกลับไปแล้วมานั่งคิดทบทวนกันใหม่ ว่าสิ่งใดที่มันทำให้เกิดเรื่องแบบนั้น เรื่องก็คงไม่เกิดขึ้นมา
เมื่อเรามองเห็นปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณคือ พ่อแม่ หรือลูก เราควรมานั่งคุยกันก่อนดีไหม ถ้าไม่ชอบอะไรก็คุย เปิดใจให้กว้าง ยอมรับกับปัญหาที่มีอยู่ และยอมให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาดกันไป หน้าที่ในการปรับตัวไม่ใช่หน้าที่ของลูกเพียงฝ่ายเดียวหรือเป็นของพ่อแม่เพียงฝ่ายเดียว แบบนั้นก็ไม่ใช่ การปรับตัวจะได้ผลดีของควรปรับตัวเข้าหากันทั้งสองฝ่าย ยอมพูดคุย ยอมรับในสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องการโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยอมรับ ทำให้การอยู่ด้วยกันนั้นมีความสุข
เมื่อเรามองเห็นปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณคือ พ่อแม่ หรือลูก เราควรมานั่งคุยกันก่อนดีไหม ถ้าไม่ชอบอะไรก็คุย เปิดใจให้กว้าง ยอมรับกับปัญหาที่มีอยู่ และยอมให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาดกันไป หน้าที่ในการปรับตัวไม่ใช่หน้าที่ของลูกเพียงฝ่ายเดียวหรือเป็นของพ่อแม่เพียงฝ่ายเดียว แบบนั้นก็ไม่ใช่ การปรับตัวจะได้ผลดีของควรปรับตัวเข้าหากันทั้งสองฝ่าย ยอมพูดคุย ยอมรับในสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องการโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยอมรับ ทำให้การอยู่ด้วยกันนั้นมีความสุข
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น